การตรวจติดตามการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดอากาศ กรณีประชาชนได้รับผลกระทบ
จากฟาร์มเลี้ยงไก่ พื้นที่ ม.1 ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย มุ่งดี ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 มอบหมายให้นางสาววรรณภา ทองสีแก้ว ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ สคพ.12 เข้าตรวจติดตามการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดอากาศภายหลังครบระยะเวลาที่กำหนด กรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการเลี้ยงไก่ พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
คณะผู้ตรวจติดตามการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดอากาศฯ ประกอบด้วย อำเภอวารินชำราบ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราขธานี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอวารินชำราบ สำนักงานเทศบาลตำบลโนนผึ้ง บริษัทที่กำกับดูแล ผู้นำชุมชนและผู้ได้รับกระทบ โดยที่ประชุมร่วมรับฟังการรายงาน ผลดำเนินการจากสำนักงานเทศบาลตำบลโนนผึ้ง ทราบว่า ผู้ประกอบการได้ทำการปรับระยะเวลาในการเลี้ยงไก่ ให้สั้นลงเหลือ 24 วัน ทำการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ชีวภาพ ติดตั้งระบบสเปรย์น้ำและเปลี่ยนตาข่ายพรางแสดงบริเวณด้านท้ายโรงเรือน และรับฟังความเห็นของประชาชนต่อการปรับปรุงแก้ไขของกิจการเลี้ยงไก่ดังกล่าว ซึ่งรับทราบว่าประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนด้านกลิ่นเหม็นเช่นเดิม โดยเฉพาะตั้งแต่เวลา 14.00-24.00 น. ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง ทั้งนี้ ประชาชนยังมีประเด็นสอบถามกรณีการพิจารณาอนุญาตให้สถานประกอบการเลี้ยงไก่ประกอบกิจการเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งสำนักงานเทศบาลตำบลโนนผึ้งจะได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอีกครั้งและแจ้งให้ที่ประชุม เพื่อทราบต่อไป
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการเลี้ยงไก่ พบว่า มี 1 โรงเรือนที่อยู่ใกล้กับบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ได้นำไก่จำหน่ายออกจากโรงเรือนแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างพักเล้าและทำความสะอาดโรงเรือน แต่ยังคงมีกลิ่นเหม็นบริเวณท้ายโรงเรือน ในส่วนฟาร์มไก่อีก 2 โรงเรือนใกล้เคียงกัน มีการประกอบกิจการเป็นปกติ และยังไม่มีระบบการบำบัดมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจติดตามการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดอากาศฯ เห็นชอบให้สำนักงานเทศบาลตำบลโนนผึ้งจัดทำหนังสือประสานศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจสอบกลิ่นทำการดมกลิ่นจากสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และนำข้อมูลผลการตรวจสอบดังกล่าวมาประกอบการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข เพื่อระงับเหตุความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนต่อไป
