สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่รับผิดชอบ ของ สคพ.12 ประจำวันที่ 13 ก.พ. 2567 ณ เวลา 08.00 น. สรุปได้ดังนี้ จังหวัดมุกดาหาร ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 36.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด (ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ประชาชนควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5 เมื่อออกนอกอาคาร และหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 พบจุดความร้อน จำนวน 34 จุด ได้แก่ อ.เมืองมุกดาหาร 5 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ) อ.นิคมคำสร้อย 1 จุด (ชุมชน) อ.ดงหลวง 16 จุด (ป่าอนุรักษ์ 7 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 9 จุด) อ.คำชะอี 11 จุด (ป่าอนุรักษ์ 6 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 5 จุด) และ อ.หนองสูง 1 จุด (ชุมชน) จังหวัดยโสธร ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 29.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด (ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ประชาชนควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5 เมื่อออกนอกอาคาร และหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 พบจุดความร้อน จำนวน 7 จุด ได้แก่ อ.เมืองยโสธร 1 จุด (พื้นที่เกษตร) อ.คำเขื่อนแก้ว 1 จุด (พื้นที่เกษตร) อ.มหาชนะชัย 3 จุด (พื้นที่เกษตร) และ อ.ค้อวัง 2 จุด (พื้นที่เกษตร 1 จุด และชุมชน 1 จุด) จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 26.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด (ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ประชาชนควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5 เมื่อออกนอกอาคาร และหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 พบจุดความร้อน จำนวน 3 จุด ได้แก่ อ.กันทรารมย์ 2 จุด (พื้นที่เกษตร 1 จุด และชุมชน 1 จุด) และ อ.ราษีไศล 1 จุด (พื้นที่เกษตร) จังหวัดอำนาจเจริญ ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 22.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด (ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์ดี ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ยังควรต้องสังเกตอาการที่ผิดปกติ เช่น การหายใจ การไอ แน่นหน้าอก คลื่นไส้ เมื่อยล้า หรือวิงเวียนศรีษะ การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 ไม่พบจุดความร้อนในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 34.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด (ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ประชาชนควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5 เมื่อออกนอกอาคาร และหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 พบจุดความร้อน จำนวน 24 จุด ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี 1 จุด (ชุมชน) อ.ศรีเมืองใหม่ 7 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ) อ.โขงเจียม 6 จุด (ป่าอนุรักษ์ 3 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 1 จุด และพื้นที่เกษตร 2 จุด) อ.เขื่องใน 3 จุด (พื้นที่เกษตร) อ.ตระการพืชผล 2 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ) อ.โพธิ์ไทร 2 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ) อ.สิรินธร 3 จุด (ป่าอนุรักษ์ 2 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 1 จุด) การตรวจสอบจำนวนจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 พบว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา มีจุดความร้อน จำนวน 3,252 จุด และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีจุดความร้อน จำนวน 523 จุด การตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 13 ก.พ. 67 พบว่า ในพื้นที่มีลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. และมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี การเผาในที่โล่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศได้มาก ทั้งนี้ในช่วงระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ. 67 แนวโน้มการระบายอากาศจะยังอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีถึงอ่อน และจะเริ่มมีการระบายอากาศดีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 18-21 ก.พ. 67 ดังนั้นจึงยังต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุม การเผาในที่โล่ง ปัญหาควันดำจากการจราจร การเผาป่า และมลพิษทางอากาศ จากอุตสาหกรรม อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่สูงขึ้นในช่วงที่สภาวะบรรยากาศปิด
